บทที่ 1 ความหมาย ความสำคัญของการท่องเที่ยว
อุตสาหกรรม หมายถึง การประกอบกิจกรรมด้วยการนำปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ได้แก่ เงินทุน แรงงาน วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร และการจัดการมารวมกันเพื่อผลิตสินค้า และบริการอย่างใดอย่างหนึ่งที่มีคุณค่าต่อมนุษย์
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว หมายถึง การประกอบกิจกรรมด้วยการนำปัจจัยการผลิตต่างๆ มาผลิตบริการอย่างใดอย่างหนึ่งด้านการท่องเที่ยว ที่ก่อให้เกิดความสะดวกสบายหรือความพึงพอใจ และขายบริการด้านการท่องเที่ยวนั้นให้แก่ผู้เยี่ยมเยือน
องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับนักท่องเที่ยว (องค์ประกอบหลัก)
สิ่งดึงดูดใจทางการท่องเที่ยวธุรกิจการคมนาคมขนส่งธุรกิจที่พักแรมธุรกิจร้านอาหารและภัตตาคาร
องค์ประกอบที่สนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยว (องค์ประกอบเสริม)
ธุรกิจจำหน่ายสินค้าที่ระลึก
ธุรกิจ MICE
การบริการข่าวสารข้อมูล
การอำนวยความสะดวกทางด้านความปลอดภัย
การอำนวยความสะดวกในการเข้า-ออกเมือง
ความสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
ทางเศรษฐกิจ
1.เป็นแหล่งที่มาของเงินตราต่างประเทศ
2.ช่วยลดปัญหาการขาดดุลการชำระเงินระหว่างประเทศ
2.ช่วยลดปัญหาการขาดดุลการชำระเงินระหว่างประเทศ
3.ช่วยสร้างอาชีพและการจ้างงาน
4.ช่วยให้เกิดการกระจายรายได้
5.ช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลิตทางเศรษฐกิจ
ทางสังคมและวัฒนธรรม
1.ช่วยยกมาตรฐานการครองชีพของคนในท้องถิ่น
2.ช่วยสร้างสรรค์ความเจริญให้แก่สังคม
3.ช่วยอนุรักษ์และฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม
4.ช่วยก่อให้เกิดประโยชน์ทางการศึกษา
5.ช่วยลดปัญหาความแออัดในเมืองหลวง
6.ช่วยเกิดให้เกิดการนำทรัพยากรที่ไร้ค่าในท้องถิ่นมาสร้างมูลค่า
ทางด้านการเมือง
1.ช่วยสร้างสันติภาพและความสามัคคี
2.ช่วยส่งเสริมความมั่นคงและภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศ
บทที่ 2 ประวัติศาสตร์การท่องเที่ยวจากยุคเริ่มต้นถึงช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
วิวัฒนาการของการท่องเที่ยว
อาณาจักร บาบิโลน ( Babylonian Kingdom) และ อาณาจักรอิยิปต์ ( Egyptian Kingdom)
- การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุ ( Historic Antiquities) 2600 ปีมาแล้วในอาณาจักรบาบิโลน
- มีการจัดงานเทศกาลทางด้านศาสนา มีการพบหลักฐานจากข้อความที่นักเดินทางเขียนไว้ที่ผนัง หรือสิ่งก่อสร้างอื่นๆ
จักรวรรดิกรีกและจักรวรรดิโรมัน
ลักษณะการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวสมัยกรีก
เป็นการปกครองแบบนครรัฐ (City State) ทำให้ไม่มีผู้นำสั่งการให้สร้างถนน จึงนิยมเดินทางทางเรือ
- สถานที่ที่เชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของเทพเจ้า
- เดินทางเพื่อแสวงหาความรู้ เนื่องจากสมัยกรีกนี้มีนักปราชญ์เป็นจำนวนมาก อาทิ อริสโตเติล พลาโต โซเครติส- เพื่อการกีฬา โดนเฉพาะในกรุงเอเธนส์
สมัยโรมัน
ได้รวบรวมจักรวรรดิกรีก เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร และได้นำเอาวัฒนธรรม ธรรมเนียม ความหรูหราต่างๆ ไปพัฒนาเป็นแบบโรมัน
- สมัยโรมันเป็นสมัยที่การท่องเที่ยวรุ่งเรืองที่สุดในยุคโบราณ
ยุคกลาง หรือ ยุคมืด ( Middle Age or Dark Age) ประมาณ ค.ศ. 500-1500
- เป็นช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ ศาสนาเข้ามามีบทบาทในการกำหนดการดำเนินชีวิตของผู้คน
- วันหยุด (Holy Days) เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
- คนชั้นกลางและชั้นสูงนิยมเดินทางเพื่อแสวงบุญ ในระยะทางไกลในเมืองต่างๆ ตามหลักฐานที่ปรากฏเป็นนิทานเรื่อง Canterbury’s tales
- การเฟื่องฟูของอาชีพมัคคุเทศก์
ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ( Renaissance)
ลักษณะสำคัญของการท่องเที่ยวในยุคนี้คือ
- เกิดการพัฒนาทางด้านการค้า
- ผู้คนเริ่มใฝ่รู้เกี่ยวกับเรื่องของยุโรปสมัยก่อน
- อาจเรียกแกรนด์ทัวร์ว่า เป็นการท่องเที่ยวเพื่อการศึกษาก็ได้
สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 18-19
- สังคมเริ่มเปลี่ยนจากเกษตรกรรมมาเป็นอุตสาหกรรม เกิดการล่าอาณานิคมขึ้น
- ที่พักแรมได้รับการพัฒนามาตามลำดับ กลายมาเป็นโรงแรม แทนที่ inns ต่างๆ
- การโยกย้ายถิ่นฐาน ไปยังดินแดนใหม่ๆ นอกยุโรป อาทิ ไป อเมริกา
- มีการพัฒนาประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำ กับเรือกลไฟแบบกังหันข้างผสมใบ ทำให้เกิดการเดินทางได้เร็วขึ้น
- มีการพัฒนากิจการรถไฟ และในปี ค.ศ. 1841 โทมัส คุก ( Thomas Cook) ได้จัดนำเที่ยวทางรถไฟแบบครบวงจรเป็นครั้งแรก ที่อังกฤษ ในขณะที่ เฮนรี เวลส์ ก็จัดกิจการนำเที่ยวขึ้นในอเมริกาเช่นกัน
ยุคศตวรรษที่ 20
การท่องเที่ยวยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ความสะดวกสบายมีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง ที่พักแรม เงินตรา เอกสารการเดินทาง
- ผู้คนหันมานิยมการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวมากขึ้น ทำให้การเดินทางด้วยรถไฟลดน้อยลง
- พัฒนาของอุตสาหกรรมการบิน ที่เริ่มขึ้นในยุโรป ปี ค.ศ. 1919 และเริ่มขนส่งผู้โดยสาร ในช่วงหลักสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา
- ช่วงหลังสงครามโลก ผู้คนออกเดินทางท่องเที่ยวเพื่อเยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางการสงคราม อาทิ หาดนอร์มังดีที่ฝรั่งเศส
วิวัฒนาการการท่องเที่ยวของไทย
สมัยสุโขทัย
- การเดินทางเป็นไปอย่างอิสรเสรี โดยส่วนมากเป็นไปเพื่อการค้าขาย และทางศาสนา
- การเดินทางเป็นไปอย่างอิสรเสรี โดยส่วนมากเป็นไปเพื่อการค้าขาย และทางศาสนา
- ส่วนมากเป็นการเดินทางภายในประเทศเท่านั้น
สมัยอยุธยา
เนื่องจากเป็นอาณาจักรใหญ่ และระบบสังคมเป็นแบบ ศักดินา ผู้คนไม่ค่อยมีอิสระในการเดินทางมากนัก นอกจากไปเพื่อการค้าเล็กๆ น้อย ส่วนด้านการเดินทางเพื่อการพักผ่อน ไม่ค่อยปรากฏ เพราะประชาชนส่วนมามีเวลาว่างไม่มากนัก มักจะอยู่กับบ้านมากกว่า
กลุ่มคนที่มีการเดินทางในสมัยอยุธยา มักจะเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในชนชั้นปกครอง ตั้งแต่พระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ และบรรดาขุนนางทั้งหลาย ในบางครั้งอาจจะมีไพร่ทาสติดตามไปเพื่อรับใช้เช่นกันในประมาณปี ค.ศ. 1511 โปรตุเกสเป็นชาติตะวันตกชาติแรกที่เดินทางเข้ามายังอาณาจักรอยุธยา ตามมาด้วย ญี่ปุ่น อังกฤษ สเปน ฮอลันดา ฝรั่งเศส
สมัยธนบุรีและรัตนโกสินทร์
เป็นความพยายามของพระมหากษัตริย์ทั้งสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีและปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ที่พยายามจะทำฟื้นฟูความเป็นอยุธยาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง จะพบว่า โครงสร้างของบ้านเมือง ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีต่างๆ จะคล้ายกับในสมัยอยุธยา
บทที่ 3 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเดินทางนักท่องเที่ยว
แรงจูงใจของนักท่องเที่ยวแตกต่างไปจากแรงจูงใจในวิชาจิตวิทยา เป็นตัวกำหนดบุคลิกภาพของบุคคลแรงจูงใจทางด้านการท่องเที่ยว หรือแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวเป็นแนวคิดที่เป็นแบบลูกผสมระหว่างแนวคิดทางจิตวิทยา (Psychological) ผสมกับแนวคิดทางด้านสังคมวิทยา (Sociological) แรงจูงใจของนักท่องเที่ยวจึงหมายถึงเครือข่าย (Network) ส่วนที่เป็นพลังด้านจิตวิทยาคือความต้องการการพักผ่อนจากความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน ความต้องการที่จะได้เห็นสิ่งที่แปลกใหม่ทฤษฎีต่างๆ เกี่ยวกับแรงจูงใจของนักท่องเที่ยว
1.ทฤษฎีลำดับขั้นแห่งความต้องการจำเป็น (Hierarchy of needs)
เป็นทฤษฎีของ Maslow กล่าวว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่มีความต้องการ (wanting animals) และมนุษย์จะแสดงพฤติกรรมต่างๆ เพื่อที่จะสนองตอบความต้องการ (wants) และความต้องการจำเป็นต่างๆ (needs) ความต้องการของมนุษย์ไม่มีวันจบสิ้น Maslow ได้เสนอลำดับขั้นของความต้องการของมนุษย์ทั้งหลายรวม 5 ขั้น ซึ่งความต้องการเหล่านั้นจะเป็นตัวกระตุ้น (motivation)ในระดับล่างสุดคือ ความต้องการทางสรีระหรือความต้องการทางร่างกายซึ่งเป็นความต้องการที่จะมีชีวิตอยู่รอด เช่น ความต้องการอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค เมื่อความต้องการในระดับนี้ได้รับการตอบสนองจนพอใจแล้วความต้องการนี้ก็ไม่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมอีกต่อไป ความต้องการในระดับถัดไปคือความต้องการที่จะได้รับความปลอดภัยซึ่งรวมไปถึงความปลอดภัย เมื่อความต้องการในขั้นนี้ได้รับการตอบสนองความต้องการทางสังคมก็จะทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นตัวต่อไปได้แก่ความต้องการที่จะได้รับการยอมรับจากสังคม ความต้องการทั้งสามระดับที่กล่าวถึงมาแล้วนี้เรียกว่าเป็นความต้องการในระดับพื้นฐานหรือความต้องการในระดับปฐมภูมิ ระดับปฐมภูมิคือความต้องการที่มุ่งเน้นในเรื่องของความภาคภูมิใจ (esteem) บางคนเรียกความต้องการนี้เรียกว่าความต้องการด้านอัตตา (ego needs) ในระดับสูงสุดของความต้องการทั้งหลายของคนเราคือ ความต้องการที่จะได้รับความสำเร็จ
2.ทฤษฎีขั้นบันไดแห่งการเดินทาง (Travel Career Ladder)
ผู้นำเสนอทฤษฎีนี้คือ Philip Pearce ในแต่ละขั้นเกิดขึ้นทั้งจากบุคคลเป็นผู้กำหนดเอง (Self - direcded) และมีอีกส่วนหนึ่งเป็นการชักนำหรือกำหนดโดยผู้อื่น (Other - direcded) ยกเว้นความต้องการในขั้นสูงสุดหรือความต้องการความสำเร็จแห่งตนหรือความต้องการที่จะได้รับความพึงพออใจสูงสุด (Fulfillment needs) เป็นขั้นที่เกิดจากความต้องการของตัวบุคคลเป็นผู้กำหนดเอง
3.แรงจูงใจวาระซ่อนเร้น (Hidden Agenda) ของ CromptonCrompton
ได้ทำการวิจัยเพื่อศึกษาถึงแรงจูงใจที่ผลักดันให้คนเรามีการเดินทางท่องเที่ยว เขาได้ทำการวิจัยนี้เมื่อปีค.ศ.1979 สรุปผลการวิจัยของเขาออกมาเป็นแรงจูงใจที่ทำให้เกิดการเดินทางที่เขาเรียกว่า วาระซ่อนเร้น หรือ Hidden Agenda มีบางส่วนคล้ายกับทฤษฎีแรงจูงใจของ Maslow
4.แรงจูงใจทางการท่องเที่ยวในทัศนะของ Swarbrooke
ในหนังสือเรื่อง Consumer Behaviour in Tourism ของ John Swarbrooke จำแนกแรงจูงใจสำคัญๆ ที่ทำให้คนเดินทางออกเป็น 6 ส่วนได้แก่
1.)แรงจูงใจทางด้านสรีระหรือทางกายภาพ
2.)แรงจูงใจทางด้านวัฒนธรรม
3.)การท่องเที่ยวเพื่อตอบสนองอารมณ์ความรู้สึกบางอย่าง
4.)การท่องเที่ยวเพื่อให้ได้มาเพื่อสถานภาพ
5.)แรงจูงใจในการพัฒนาตนเอง
6.)แรงจูงใจส่วนบุคคล
แนวโน้วของแรงจูงใจของนักท่องเที่ยว
Parce, Morrison และ Rutledge (1998) ได้นำเสนอแรงจูงใจของนักท่องเที่ยว 10 ประการดังต่อไปนี้
1.แรงจูงใจที่จะได้สัมผัสแวดล้อม
2.แรงจูงใจที่จะได้พบปะกับคนในท้องถิ่น
3.แรงจูงใจที่จะเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นและประเทศเจ้าบ้าน
4.แรงจูงใจที่จะเสริมสร้างสัมพันธภาพภายในครอบครัว
5.แรงจูงใจที่จะได้พักผ่อนในสภาพแวดล้อมที่น่าสบาย
6.แรงจูงใจที่จะได้ทำกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสนใจและฝึกทักษะ
7.แรงจูงใจที่จะมีสุขภาพดี
8.แรวจูงใจที่จะได้รับการคุ้มกันและความปลอดภัย
9.แรงจูงใจที่จะได้รับการยอมรับนับถือและได้รับสถานภาพทางสังคม
10.แรงจูงใจที่จะให้รางวัลแก่ตัวเอง
โครงสร้างพื้นฐานหลักๆ ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ได้แก่
1.ระบบไฟฟ้า
2.ระบบประปา
3.ระบบสื่อสารโทรคมนาคม
4.ระบบการขนส่ง
-ระบบการเดินทางทางอากาศ
-ระบบการเดินทางทางบก
-ระบบการเดินทางทางน้ำ
5.ระบบสาธารณสุข
บทที่ 4 องค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
แหล่งท่องเที่ยว
คำจำกัดความ 3 คำ ที่จำเป็นในการศึกษาแหล่งท่องเที่ยว
1 ทรัพยากรทางการท่องเที่ยว Tourism Resources
2 จุดหมายปลายทาง Desitation
3สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว Tourist Attraction
ลักษณะเฉพาะต่างๆได้แก่
1 ขอบเขต Scoope
2 ความเป็นเจ้าของ
3ความคงทนถาวร
4ศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยว
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้แบ่งแหล่งท่องเที่ยวออกเป็น 3 ประเภทได้แก่
1 แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติ สถานที่ท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น ภูเขา น้ำตก ทะเล เป็นต้น
2 แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น สถานที่ที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างและอายุ ได้แก่ ศาสนสถาน โบราณสถาน โบราณวัตถุ และสิ่งก่อสร้างอื่นๆ
3 แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และกิจกรรมของผู้คนในท้องถิ่น เช่น งานประเพณีต่างๆ แห่นางแมว บุญบั้งไฟ สงกรานต์ เป็นต้น
1 แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติ สถานที่ท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น ภูเขา น้ำตก ทะเล เป็นต้น
2 แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น สถานที่ที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างและอายุ ได้แก่ ศาสนสถาน โบราณสถาน โบราณวัตถุ และสิ่งก่อสร้างอื่นๆ
3 แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และกิจกรรมของผู้คนในท้องถิ่น เช่น งานประเพณีต่างๆ แห่นางแมว บุญบั้งไฟ สงกรานต์ เป็นต้น
แหล่งท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย
ภาคกลาง
ประกอบด้วย 21 จังหวัด ภาคกลางเป็นที่ราบลุ่มกว้างใหญ่ เป็นศูนย์รวมของแม่น้ำสายสำคัญหลานสาย พื้นที่บริเวณนี่จึงอุดมสมบูรณ์ เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ เป็นแหล่งอารยธรรมที่เก่าแก่ มีประชากรหลายเชื้อชาติเผ่าพันธ์ ก่ให้เกิดงานศิลป์ที่งดงามตามวัดต่างๆ บางแห่งได้รับยกย่องให้เป็นมรดกโลกที่ต้องรักษาไว้ร่วมกัน อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของถ้ำอันสวยงาม นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมศิลปวัฒนธรรมของชาติ ได้แก่พระบรมมหาราชวัง พระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นต้น และยังเป็นศูนย์รวมทางด้านการค้า ห้างสรรพสินค้าอีกด้วย
ภาคเหนือ
ประกอบด้วย 17 จังหวัด ภาคเหนือมียอดเขาสูงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ คือ ยอดเขาดอยอินทนนท์อยู๋ในจังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่บริเวณภาคเหนือมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การปลูกข้าว พืชไร่ และผลไม้อีหลากหลายชนิด ภาคเหนือยังเป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ของปรนะเทศไทย อาทิ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย พระธาตุดอยสุเทพ และวัดวาอารามอีกจำนวนมาก อีกทั้งยังมีหัตถกรรมที่สร้างสรรค์เป็นข้าวของเครื่องใช้และของที่ระลึกที่ได้รับความนิยมจนกลายเป็นสินค้าส่งออก
ประกอบด้วย 17 จังหวัด ภาคเหนือมียอดเขาสูงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ คือ ยอดเขาดอยอินทนนท์อยู๋ในจังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่บริเวณภาคเหนือมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การปลูกข้าว พืชไร่ และผลไม้อีหลากหลายชนิด ภาคเหนือยังเป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ของปรนะเทศไทย อาทิ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย พระธาตุดอยสุเทพ และวัดวาอารามอีกจำนวนมาก อีกทั้งยังมีหัตถกรรมที่สร้างสรรค์เป็นข้าวของเครื่องใช้และของที่ระลึกที่ได้รับความนิยมจนกลายเป็นสินค้าส่งออก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ประกอบด้วย 17 จังหวัดเป็นแหล่งของต้นน้ำของแม่น้ำหลายสาย ได้แก่ แม่น้ำพอง แม่น้ำเลย แม่น้ำพรมแม่น้ำชีและลำตะคอง ทางทิศใต้มีเทือกเขาสันกำแพง และเทือกเขาพนมดงรักกั้นระหว่างภาคอีสานชองไทยกับกุมพูชาและลาว ทางตอนใต้มียอดเขาเขียวที่สูงที่สุดสูงประมาณ 1292 เมตร ส่วนตอนกลางของภาคมีเทือกเขาภูพานทอดตัวจากเหนือลงสู่ทิศใต้ แบ่งภาคอีสานเป็น 2 ส่วนคือ แอ่งโคราช และแอ่งสกลนคร แหล่งท่องเที่ยวมีหลากหลาย เช่น ภูเรือ ภูกระดึง ภูหลวง และเขาใหญ่ เป็นต้น
สินค้าที่ระลึกที่สำคัญ ได้แก่ ผ้าไหม ผ้าฝ้ายทอม์อ ข้าวของเครื่องใช้ เครื่องจักรสานและเครื่องปั้นดินเผา เป็นต้น
ประกอบด้วย 17 จังหวัดเป็นแหล่งของต้นน้ำของแม่น้ำหลายสาย ได้แก่ แม่น้ำพอง แม่น้ำเลย แม่น้ำพรมแม่น้ำชีและลำตะคอง ทางทิศใต้มีเทือกเขาสันกำแพง และเทือกเขาพนมดงรักกั้นระหว่างภาคอีสานชองไทยกับกุมพูชาและลาว ทางตอนใต้มียอดเขาเขียวที่สูงที่สุดสูงประมาณ 1292 เมตร ส่วนตอนกลางของภาคมีเทือกเขาภูพานทอดตัวจากเหนือลงสู่ทิศใต้ แบ่งภาคอีสานเป็น 2 ส่วนคือ แอ่งโคราช และแอ่งสกลนคร แหล่งท่องเที่ยวมีหลากหลาย เช่น ภูเรือ ภูกระดึง ภูหลวง และเขาใหญ่ เป็นต้น
สินค้าที่ระลึกที่สำคัญ ได้แก่ ผ้าไหม ผ้าฝ้ายทอม์อ ข้าวของเครื่องใช้ เครื่องจักรสานและเครื่องปั้นดินเผา เป็นต้น
ภาคตะวันออก
ประกอบด้วย 4 จังหวัด ลักษณธเป็นที่ราบสลับภูเขาลูกเตี้ยๆ มีแม่น้ำสำคัญได้แก่ แม่น้ำจันทบุรี แม่น้ำตราด แม่น้ำระยอง และแม่น้ำแสร์ ซึ่งไหลลงสู่ทะเลอ่าวไทย อีกทั้งยังมีเกาะที่สำคัญได้แก่ เกาะช้าง เกาะหมาก เกาะสีชัง เกาะกูด เกาะเสม็ด เกาะมัน ในจังหวัดชลบุรีบริเวณปากแม่น้ำเป็นพื้นที่ชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ เป็นที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ของสิ่งมีชีวิตเล็กๆในภูมิภาคตะวันออก และยังเป็นแหล่งรวมแร่อัญมณีที่มีค่าของประเทศ
ประกอบด้วย 4 จังหวัด ลักษณธเป็นที่ราบสลับภูเขาลูกเตี้ยๆ มีแม่น้ำสำคัญได้แก่ แม่น้ำจันทบุรี แม่น้ำตราด แม่น้ำระยอง และแม่น้ำแสร์ ซึ่งไหลลงสู่ทะเลอ่าวไทย อีกทั้งยังมีเกาะที่สำคัญได้แก่ เกาะช้าง เกาะหมาก เกาะสีชัง เกาะกูด เกาะเสม็ด เกาะมัน ในจังหวัดชลบุรีบริเวณปากแม่น้ำเป็นพื้นที่ชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ เป็นที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ของสิ่งมีชีวิตเล็กๆในภูมิภาคตะวันออก และยังเป็นแหล่งรวมแร่อัญมณีที่มีค่าของประเทศ
ภาคใต้
ประกอบด้วย 14 จังหวัด ทุกจังหวัดของภาคใต้มีเขต ติดต่อกับทะเล ยกเว้นจังหวัดยะลา ประกอบไปด้วยพื้นที่ราบ ป่าไม้ ภูเขา หาดทราย น้ำตก ภ้ำ ทะเลสาบ มีเทือกเขาที่สำคัญได้แก่ เทือกเขาตะนาวศรี เทือกเขาภูเก็ต เทือกเขานครศรีธรรมราช โดยมีเทือเขาสันกาลาคีรีเป็นพรมแดนกั้นระหว่างไทยกับมาเลเซีย มีแม่น้ำสายที่สำคัญได้แก่ แม่น้ำพุมดวง แม่น้ำตาปี แม่น้ำปัตตานี แม่น้ำท่าทอง แม่น้ำตะกั่วป่า แม่น้ำปากพนัง แม่น้ำตรัง กิจกรรมงานประเพีณีของภาคใต้ อาทิเช่น การแสดงโนราห์ หนังตะลุง รองเง็ง การชนวัว งานแข่งเรือกอและ งานกินเจ เป็นต้น
ประกอบด้วย 14 จังหวัด ทุกจังหวัดของภาคใต้มีเขต ติดต่อกับทะเล ยกเว้นจังหวัดยะลา ประกอบไปด้วยพื้นที่ราบ ป่าไม้ ภูเขา หาดทราย น้ำตก ภ้ำ ทะเลสาบ มีเทือกเขาที่สำคัญได้แก่ เทือกเขาตะนาวศรี เทือกเขาภูเก็ต เทือกเขานครศรีธรรมราช โดยมีเทือเขาสันกาลาคีรีเป็นพรมแดนกั้นระหว่างไทยกับมาเลเซีย มีแม่น้ำสายที่สำคัญได้แก่ แม่น้ำพุมดวง แม่น้ำตาปี แม่น้ำปัตตานี แม่น้ำท่าทอง แม่น้ำตะกั่วป่า แม่น้ำปากพนัง แม่น้ำตรัง กิจกรรมงานประเพีณีของภาคใต้ อาทิเช่น การแสดงโนราห์ หนังตะลุง รองเง็ง การชนวัว งานแข่งเรือกอและ งานกินเจ เป็นต้น
ในประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการจัดเป็นมรดกโลกทั้ง5 แหล่งประกอบด้วยมรดกโลกทางธรรมชาติ และมรดกโลกทางวัฒนธรรม ได้แก่
-สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร
-พระนครศรีอยุธยา ราชธานีเก่าแก่ของไทยที่มีความเจริญรุ่งเรือง
-แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง แหล่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญของไทยและภูมิภาคเอเชียอาคเนย์
-เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร- ห้วยขาแข้ง ผืนป่าเขาใหญ่
- ดงพญาเย็น
บทที่ 5 การการคมนาคมขนส่ง
การคมนาขนส่ง หมายถึง กระบวนการที่เกี่วข้องกับการเคลื่อนย้าย คน สัวต์ สิ่งของ จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง โดยอาศัยสื่อกลางต่างๆ ภายใต้ราคาที่ได้ตกลงกันไว้
ประเภทธุรกิจคมนาคมขนส่งเพื่อการท่องเที่ยว
1ธุรกิจการขนส่งทางบก
-การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถไฟ
-การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถยนตร์ส่วนบุคคล
-การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถเช่า
-รถตู้เพื่อนันทนาการ
-รถโดยสารเพื่อการเดินทางท่องเที่ยว
1ธุรกิจการขนส่งทางบก
-การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถไฟ
-การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถยนตร์ส่วนบุคคล
-การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถเช่า
-รถตู้เพื่อนันทนาการ
-รถโดยสารเพื่อการเดินทางท่องเที่ยว
2ธุรกิจการขนส่งทางน้ำ
การเดินทางท่องเที่ยวทางน้ำแบ่งออกเป็นหลายประเภท ดังนี้
- เรือเดินทะเล
- เรือสำราญ
- เรือข้ามฟาก
- เรือใบและเรือยอร์ช
3 ธุรกิจการขนส่งทางอากาศ
การเดินทางท่องเที่ยวทางอากาศ แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ดังนี้
- การบินลักษณะเที่ยวประจำ เป็นการบินระหว่างเมืองต่อเมือง มีตารางบินที่แน่นอน
- เที่ยวบินประจำภายในประเทศ
- เที่ยวบินประจำระหว่างประเทศ
- การบินลักษณะเที่ยวบินไม่ประจำ
- การบินลักษณะเที่ยวบินเช่าเหมาลำ
บทที่ 6 ที่พักแรม
ธุรกิจที่พักแรมในสากล/ต่างประเทศ
ธุรกิจที่พักแรมในประเทศไทย
ธุรกิจที่พักแรมสำหรับบริการนักท่องเที่ยวต่างชาติในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในสมัยรัชกาลที่ 4 มีชาวตะวันตกเข้ามาทำงานเป็นจำนวนมาก โรงแรมที่สำคัญในอดีตได้แก่
-โอเรียลเต็ลโฮเต็ล
ธุรกิจที่พักแรมในประเทศไทย
ธุรกิจที่พักแรมสำหรับบริการนักท่องเที่ยวต่างชาติในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในสมัยรัชกาลที่ 4 มีชาวตะวันตกเข้ามาทำงานเป็นจำนวนมาก โรงแรมที่สำคัญในอดีตได้แก่
-โอเรียลเต็ลโฮเต็ล
-โฮเต็ลหัวหิน หรือโรงแรมรถไฟหัวหิน
-โฮเต็ลวังพญาไท
-โรงแรมรัตนโกสินทร์
-โฮเต็ลวังพญาไท
-โรงแรมรัตนโกสินทร์
ปัจจัยพื้นฐานในการบริการที่พักแรม
ต้องคำนึงถึงปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญได้แก่
-ความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้พัก
-ความสะอาดและสุขอนามัยในสถานที่พัก อาหาร เครื่องดื่ม และบริการที่เกี่ยวข้อง
-ความสะดวกสบายจากบริการสิง่อำนวยความสะดวกที่หลากหลายและตอบสนองความต้องการของผู้พักกลุ่มต่างๆ
-ความเป็นส่วนตัว
-บรรยากาศการตกแต่งที่สวยงาม
-ภาพลักษณ์ของกิจการและอื่นๆ
ต้องคำนึงถึงปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญได้แก่
-ความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้พัก
-ความสะอาดและสุขอนามัยในสถานที่พัก อาหาร เครื่องดื่ม และบริการที่เกี่ยวข้อง
-ความสะดวกสบายจากบริการสิง่อำนวยความสะดวกที่หลากหลายและตอบสนองความต้องการของผู้พักกลุ่มต่างๆ
-ความเป็นส่วนตัว
-บรรยากาศการตกแต่งที่สวยงาม
-ภาพลักษณ์ของกิจการและอื่นๆ
ประเภทที่พักแรม
ประเภทที่พักแรมสามารถจำแนกเป็น 2 กลุ่มสำคัญได้แก่ โรงแรมและที่พักนักท่องเที่ยว
1 โรงแรม หมายความว่า สถานที่พักที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในทางธุรกิจเพื่อให้บริการที่พักชั่วคราวสำหรับคนเดินทาง หรือบุคคลอื่นโดยมีค่าตอบแทน
1.1เกณฑ์การจำแนกประเภทโรงแรม
-ด้านที่ตั้ง
-ด้านขนาด
-ด้านจุดประสงค์ของผู้มาพัก
-ด้านราคา
-ด้านระดับการบริการ
-ด้านการจัดระดับมาตรฐานโดยใช้สัญลักษณ์
-ด้านความเป็นเจ้าของและรูปแบบการบริหาร
โรงแรมอิสระ เป็นโรงแรมที่เจ้าของกิจการดำเนินการเอง ตามนโยบายและวิธีการที่กำหนดขึ้นเองอย่างอิสระ มีอำรนาจในการบริหารโดยสมบูรณ์ทำให้คล่องตัวในการจัดการ
โรงแรมจัดการแบบกลุ่ม/เครือหรือเชน เป็นโรงแรมที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการแบบกลุ่ม มักใช้ชื่อประกอบการที่แสดงความเป็นสมาชิกในกลุ่มเดียวกัน โดยมีสำนักงานส่วนกลางควบคุมด้านนโยบาย มีข้อตกลงตามสัญญาในการดำเนอนธุรกิจร่วมกัน
2ที่พักนักท่องเที่ยว
-บ้านพักเยาชนหรือโฮสเทล เป็นที่พักราคาประหยัดพัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเดินทางท่องเที่ยวในดินแดงต่างๆ เพื่อสร้างมิตรภาพและสันติภาพในสังคมโลกและสร้างประสบการณ์เรียนรู้จากการเดินทาง การดำเนินการของกิจการเป็นแบบไม่หวังผลกำไรมีการจัดตั้งเป็นสมาคมบ้านเยาวชนในแต่ละประเทศ และทุกแห่งจะเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธืบ้านเยาวชนนานาชาติ
-ที่พักพร้อมอาหารเช้าราคาประหยัด ได้แก่ บีแอนดฝืบี B&Bย่อมาจากBed abd Breakfast เพนชั่น ส่วนใหญ่เป็นบ้านให้เช่าพักในต่างประเทศ
-ที่พักริมทางหลวง ได้แก่ โมเต็ล เป็นที่พักขนาดเล็กตั้งอยู่ใกล้หรือริมทางหลวงสายหลักหรือระหว่างเมือง ให้บริการห้องพักและที่จอดรถหน้าห้องพักในราคาแบบประหยัด มีสิง่อำนวยความสะดวกจำกัดและไม่มีบริการอาหาร เป้นที่พักที่ได้รับความนิยมมากในสหรัฐอเมริกา
-ที่พักแบบจัดสรรเวลาพักหรือไทม์แชริ่ง เป็นที่พักบริการคล้ายโรงแรม ใช้วิธีจัดการเพื่อจัดสรรให้มีการหมุนเวียนเข้าพักในกลุ่มที่พักตักอากาศ ส่วนใหญ่เป็นอาคารที่พักที่มีการเฉลี่ยกรรมสิทธิ์ถือครอง โดยแต่ละหน่วยห้องพักคลายห้องชุดจะมีกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันถือกรรมสิทธิ์จากการเฉลี่ยค่าใช้จ่ายในการซื้อผู้ร่วมถือกรรมสิทธิ์ใช้บริการตามจำนวนวันพักเฉลี่ยที่กำหนดไว้ต่อไป เป็นประเภทธุรกิจที่เติบโตและได้รับความนิยมมากในอเมริกา
-เกสต์เฮ้าส์ เป็นที่พักขนาดเล็กราคาประหยัด ส่วยใหญ่ดัดแปลงมากจากบ้านพักเดิมที่เจ้าของแบ่งให้นักท่องเที่ยวเช่าพัก อาจจัดอาหารเช้าบริการให้หรือไม่มีก็ได้ มักตั้งอยู่ในย่านชุมชนหรือตามเมืองท่องเที่ยวในประเทศต่างๆ
-อาคารชุดบริการที่พักระยะยาวหรือเซอร์วิสอพาตเม้นท์ เป็นที่พักให้บริการห้องชุดสำหรับผู้พักระยะยาวป้นสัปดาห์/เดือน/ปี กิจกรรมจะเน้นบริหารห้องพักในรูปแบบคล้ายคลึงกับบริการโรงแรม มีห้องครัวปรุงอาหารให้
-ที่พักกลางแจ้ง เป็นที่พักแบบประหยัดที่สุดในประเทศตะวันตก โดยจัดพื้นที่ลานกลางแจ้งสำหรับให้นักท่องเที่ยวที่นิยมใกล้ชิดธรรมชาติได้ตั้งค่ายหรือพักเต้นท์หรือเช่าจอดรถพ่วงซึ่งภายในรถมีทั้งที่นอน ห้องน้ำและบริเวณครัว
-โฮมสเตย์ หรือที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท เป็นรูปแบบบริการที่พักพร้องกิจกรรมท่องเที่ยว ที่พักมีลักษณะเป็นบ้านพักที่นักท่องเที่ยวพักร่วมกับเจ้าของบ้านและได้ร่วมกิจกรรมเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตชาวบ้านในชุมชนนั้น
แผนกงานโรงแรม
-แผนกงานส่วนหน้า รับผิดชอบการรับจองห้องพัก การต้อนรับ ลงทะเบียน บริการข้อมูล ขนย้านสัมภาระ
-แผลกงานแม่บ้าน รับผิดชอบการจัดเตรียมห้องพักแขก การซักรีด จัดดอกไม้
-แผนกอาหารและเครื่องดื่ม รับผิดชอบกระบวนการผลิต การบริการอาหาร
-แผนกขายและการตลาด รับผิดชอบวางแผนตลาด และควบคุมการใช้กลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมเพื่อสร้างรายได้แก่ธุรกิจ
-แผลกบัญชีและการเงิน ดูแลจัดทำบัญชีและควบคุมการใช้กลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมเพื่อสร้างรายได้แก่ธุรกิจ
-แผนกทรัพยากรมนุษย์ ในบางกิจการขนาดเล็กและเป็นแผนกบุคคล
ประเภทห้องพัก
-Single ห้องพักสำหรับนอนคนเดียว
-Twin ห้องพักเตียงคู่แฝด
-Double ห้องพักเตียงคู่ที่เป็นเตียงเดียวขนาดใหญ่ สำหรับนอนได้ 2 คน
-Suit ห้องชุดที่ภายในประกอบด้วยห้องตั้งแต่ 2 ห้องขึ้นไปโดยกั้นเป็นสัดส่วนแบ่งเป็นห้องนอน และห้องนั่งเล่น
บทที่ 7 ตัวแทนจำหน่ายการท่องเที่ยว
ตัวแทนการจำหน่ายการท่องเที่ยวที่สำคัญ 4 ประเภทคือ
1.แทรเวลเอเจนซี่
แทรเวล เอเจนซี่ หมายถึง ธุรกิจขายปลีกที่ได้รับอนุมัติให้เป็นตัวแทนขายสินค้าทางการท่องเที่ยวและช่วยเหลือในการวางแผนการท่องเที่ยวให้ลูกค้าด้วย
บทบาทหน้าที่ของแทรเวล เอเจนซี่
1 จัดหาราคาหรืออัตราสินค้าทางการท่องเที่ยว
2 ทำการจอง
3 รับชำระเงิน
4 ทำการส่งบัตรโดยสารหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง
5 ช่วยเหลือลูกค้าในการซื้อสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวอื่นๆ
6 ช่วยดำเนินการในการซื้อบัตรโดยสาร
7 ออกบัตรโดยสารเครื่องบินและเอกสารอื่นๆ
ประโยชน์ของการใช้บริการแทรเวล เอเจนซี่
1 แทรเวล เอเจนซี่มีความชำนาญในการหาข้อมูลและวางแผนการท่องเที่ยว มีความเป็นมืออาชีพ จึงสามารถเสาะหาสินค้าที่เหมาะสมได้ดีกว่าและรู้ปัญหาต่างๆมากกว่า
2 แทรเวล เอเจนซี่ สามารถหาข้อเสนอหรือราคาที่ดีที่สุด
3 แทรเวล เอเจนซี่ช่วยประหยัดเวลาและความลำบาก
4 แทรเวล เอเจนซี่ช่วยแก้ปัญหาได้เมื่อเกิดข้อผิดพลาดหรือปัญหา
5 แทรเวล เอเจนซี่รู้จักผู้ประกอบการธุรกิจมากกว่า
6 แทรเวล เอเจนซี่รู้จักแหล่งท่องเที่ยวดีกว่า
ประเภทของแทรเวล เอเจนซี่4 ประเภท คือ
1 แบบที่มีมาแต่เดิม A Conventional
2 แบบที่ขายทางอินเตอร์เน็ต Online Agencies
3 แบบที่ชำนาญเฉพาะทาง Specialized Agencเies
4แบบที่ประกอบธุรกิจจากที่พัก Home-Based Agencies
2.บริษัททัวร์
บริษัททัวร์ หมายถึง ธุรกิจที่จัดทำทัวร์แบบเหมาจ่ายหรือจัดนำเที่ยว
ประโยชน์ของการใช้บริการบริษัททัวร์
1 ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
2 ประหยัดค่าใช้จ่าย
3 ได้ความรู้
4 ได้เพื่อนใหม่
5 ได้ความสบายใจและรู้สึกปลอดภัย
6 ไม่มีทางเลือกอื่น
ประเภทของทัวร์
มี3 ประเภท คือ
1 ทัวร์แบบอิสระ Independent Tour
2 ทัวร์แบบไม่มีผู้นำเทื่ยว Hosted Tour
3 ทัวร์แบบมีผู้นำเที่ยว Escorted Tour
3.บริษัทรับจัดการ ณ แหล่งท่องเที่ยวDestination Management Company or DMC
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ให้คำจัดความดังนี้ บริษัทที่ดำเนินจัดการเรื่องการขนส่งภาคพื้นดิน การจัดงานเลี้ยง โรงแรมและนำเที่ยวให้แก่กลุ่มท่องเที่ยวแบบที่ได้รับรางวัล Incentive Groupบริษัทเหล่านี้มีความรู้และมีความเชี่ยวชาญในการจัดการบริการด้านต่างๆ ณ แหล่งท่องเที่ยวบริษัทเอกชนต่างๆนิยมติดต่อบริษัทรับการจัดการ ณ แหล่งท่องเที่ยวให้ดำเนินการจัดการท่องเที่ยวให้กับกลุ่มเดินทางท่องเที่ยวแบบที่ได้รับรางวัล
4.บริษัทรับจัดการประชุม Meeting Planner
บริษัทรับการประชุมมีบทบาทหน้าที่ดังนี้
-เลือกสถานที่สำหรับการประชุม
-จองห้องพัก
-จองห้องประชุมและอุปกรณ์สำหรับการประชุม
-ดำเนินการวางแผนด้านอาหารและเครื่องดื่ม
-วางแผนโปรแกรมสำหรับผู้เข้าประชุมและผู้ติดตาม
-ประสานงานกับผู้จัดการประชุมของโรงแรมและสถานที่จัด
-ประสานงานกับวิทยากรหรือผู้รับเชิญ
-ดำเนินการวางแผนด้านการรักษาความปลอดภัยหรือแก้ไขวิกฤต
-บริการด้านการเดินทางและขนส่ง
-ประเมิณผลงานเมื่อการประชุมสิ้นสุดลง